ทำไม Squid Game ถึงมีคนติดตามทุกซีซั่น

ทำไม Squid Game ถึงมีคนติดตามทุกซีซั่น?

เจาะลึกกลยุทธ์ ซีรีส์เกาหลีที่ครองใจคนดูทั่วโลก

ในยุคที่ซีรีส์ Netflix ถูกปล่อยออกมาเป็นร้อยเรื่องในแต่ละปี มีเพียงไม่กี่เรื่องเท่านั้นที่กลายเป็น “ปรากฏการณ์ระดับโลก” 

และหนึ่งในนั้นก็คือ Squid Game ซีรีส์เกาหลีที่เปิดตัวในปี 2021 และกลายเป็นไวรัลแบบข้ามทวีป ทำลายทุกสถิติผู้ชมของ Netflix และยังคงถูกพูดถึงแม้เวลาจะผ่านไปหลายปี

คำถามคือ… ทำไม Squid Game ถึงยังดึงดูดคนดูได้ทุกซีซั่น?
ทำไมคนถึงรอดูภาคต่อแม้จะรู้ว่า “มันน่ากลัว” หรือ “กดดัน”?
บทความนี้จะพาไปถอดรหัสความสำเร็จของซีรีส์นี้ พร้อมชี้ให้เห็นว่า แบรนด์หรือครีเอเตอร์สามารถเรียนรู้อะไรได้จากซีรีส์ที่ไม่ใช่แค่ “ดัง”, แต่ “ยั่งยืน”

1. พล็อตเรียบง่าย แต่กระแทกใจ

Squid Game ไม่ใช่แค่ซีรีส์เอาชีวิตรอดธรรมดา

แม้เนื้อเรื่องจะเริ่มจาก “เกมเด็ก ๆ ที่มีเดิมพันเป็นความตาย” แต่ในความเป็นจริง มันพูดถึงหลายสิ่งที่ซับซ้อนในโลกจริง เช่น:

  • ความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ

  • ความสิ้นหวังของมนุษย์ในระบบทุนนิยม

  • ความสัมพันธ์ระหว่างคนแปลกหน้าเมื่อชีวิตถูกบีบให้เลือก “ตัวเอง” หรือ “คนอื่น”

พล็อตที่เข้าใจง่ายและสะเทือนใจในเวลาเดียวกัน ทำให้ผู้ชมทุกชาติทุกภาษา “อิน” ได้แม้จะไม่มีพื้นฐานทางวัฒนธรรมเดียวกัน

2. ตัวละครมีหลายมิติ ไม่ใช่แค่ “ดี-เลว”

สิ่งที่ Squid Game ทำได้ดีมากคือ “การสร้างตัวละคร”

  • พระเอก (ซองกีฮุน) ไม่ใช่คนดีสุดโต่ง แต่เป็นคนธรรมดาที่มีทั้งความเห็นแก่ตัวและความอ่อนโยน

  • ตัวร้ายอย่างโชซังอู ที่คนดู “เกลียดไม่ลง” เพราะเข้าใจเหตุผลเบื้องหลัง

  • ตัวละครหญิงอย่างแซบยอก ที่สะท้อนชีวิตผู้ลี้ภัยได้อย่างลึกซึ้ง

ตัวละครเหล่านี้มี ความจริง ในตัวเอง ทำให้คนดูรู้สึกว่า “อาจเป็นฉันก็ได้ ถ้าต้องตกอยู่ในสถานการณ์นั้น”

3. การออกแบบงานสร้างที่ “ไม่เหมือนใคร”

หนึ่งในจุดขายของ Squid Game คือ การดีไซน์โลกของเกม

  • สีสันสดใสแต่แฝงความน่ากลัว (เช่น ห้องสีชมพู + บันไดลูกบาศก์)

  • หุ่นเด็กหญิง “เออายองฮี” ที่กลายเป็นสัญลักษณ์ของซีรีส์

  • ชุดนักโทษสีเขียว vs ผู้คุมหน้ากากวงกลม/สี่เหลี่ยม ที่สร้างภาพจำถาวร

การออกแบบที่แตกต่าง กลายเป็นจุดให้คน “พูดถึง” และสร้างต่อ (เช่น คอสเพลย์, แฟนอาร์ต, แบรนด์หยิบไปทำแคมเปญ)

4. ธีมที่ “เป็นสากล” แม้จะเล่าจากเกาหลี

แม้ Squid Game จะสะท้อนปัญหาในเกาหลีใต้โดยตรง เช่น หนี้ครัวเรือน, การพนัน, ความกดดันทางสังคม — แต่ปัญหาเหล่านี้ “เกิดขึ้นในทุกประเทศ”

คนอเมริกันดูแล้วอินกับระบบเศรษฐกิจ
คนไทยดูแล้วรู้สึกถึงช่องว่างชนชั้น
คนยุโรปดูแล้วสะท้อนความเป็นมนุษย์ในยุคใหม่

นี่คือ “ธีมสากล” ที่ทำให้ซีรีส์ไม่ถูกจำกัดด้วยพรมแดนหรือภาษา

5. Netflix และอัลกอริธึมที่รู้ใจ

ต้องยอมรับว่า Netflix คือหนึ่งใน “ฟันเฟือง” ที่ทำให้ Squid Game ระเบิดความดัง

  • Netflix ปรับแผนการตลาดให้แต่ละประเทศ เช่น เปลี่ยนปก, ใส่ caption ภาษาท้องถิ่น, หรือแม้แต่แนะนำเรื่องนี้ใน homepage

  • ระบบ “auto preview” ที่ดึงฉากน่าสนใจมาตัดต่อเร้าใจ

  • คำบรรยาย/พากย์เสียงที่มีมากกว่า 30 ภาษา

ไม่ว่าใครจะอยู่ประเทศไหน ก็สามารถเข้าถึงเรื่องนี้ได้แบบไม่สะดุด

6. การสร้าง “จักรวาล Squid Game” ที่ต่อเนื่อง

หลังจากซีซั่นแรกจบลง Netflix ไม่ปล่อยให้กระแสหายไป

  • เปิดตัว “Squid Game: The Challenge” รายการเรียลลิตี้ที่เอาเกมในเรื่องมาทำจริง

  • ปล่อยเบื้องหลัง การ์ตูน วิดีโอแยกย่อยบน YouTube

  • มีสินค้าลิขสิทธิ์ เกมมือถือ รวมถึงงาน NFT (บางช่วง)

คนที่อินกับซีรีส์ จึงยังมี “ของเล่นต่อ” ไม่รู้จบ และรอคอยซีซั่นใหม่อย่างจดจ่อ

7. กระแสไวรัลที่เกิดจากผู้ชม “สร้างเอง”

ไม่ใช่แค่ทีมโปรโมต แต่ความสำเร็จของ Squid Game ยังเกิดจาก “ผู้ชม” ที่อยากแชร์

  • คนทำคลิป Reaction ฉากหุ่นยิง

  • TikTok ปั้นเทรนด์ “Red Light Green Light”

  • คนทั่วโลกคอสเพลย์เป็นผู้คุมหน้ากาก หรือเล่น “ตัดน้ำตาล” จากเกมในเรื่อง

User-Generated Content เหล่านี้ทำให้ซีรีส์แพร่กระจายแบบออร์แกนิก โดยไม่ต้องจ่ายค่าโฆษณาเพิ่มเติม

8. ความต่อเนื่องของซีซั่น: ไม่เล่าเรื่องซ้ำ แต่ขยายโลก

Squid Game ไม่ใช่ซีรีส์ที่ “เล่าเรื่องเดิม” ในซีซั่นใหม่

แต่คือการ “ขยายจักรวาล” เช่น:

  • เผยเบื้องหลังผู้จัดเกม

  • ขยายมุมมองของประเทศอื่นที่จัดเกมแบบเดียวกัน

  • ถามคำถามทางจริยธรรมใหม่ เช่น ผู้ชนะจะ “กลายเป็นผู้ควบคุม” หรือไม่?

นั่นทำให้คนดูรู้สึกว่า “การรอคอยมีความหมาย” ไม่ใช่แค่ดูเพื่อความบันเทิงซ้ำ ๆ

9. แรงขับเคลื่อนจากสื่อและบทวิจารณ์

หลังซีรีส์ปล่อยออกมา สื่อต่างประเทศหลายแห่ง เช่น The Guardian, Vox, BBC, Variety พากันวิเคราะห์ แยกย่อย และตั้งคำถามเชิงสังคมกับเนื้อหาในเรื่อง

ความจริงจังเหล่านี้ทำให้ Squid Game ไม่ใช่แค่ “ของเล่น” แต่กลายเป็น “งานศิลปะ” ที่คนพูดถึงอย่างลึกซึ้ง

สรุป: ทำไมคนดูยังรอ Squid Game ทุกซีซั่น?

  • เพราะเนื้อหาตรงใจคนยุคใหม่

  • เพราะการออกแบบภาพจำที่มีพลัง

  • เพราะการวางกลยุทธ์ข้ามแพลตฟอร์ม

  • เพราะทีมผู้สร้างรู้ว่าผู้ชมอยาก “มีส่วนร่วม”

  • และเพราะ Netflix รู้วิธีต่อยอดกระแสให้ไม่ดับ

บทเรียนสำหรับแบรนด์หรือครีเอเตอร์

หากอยากให้ “คอนเทนต์” ของคุณ

  • ถูกจดจำ

  • มีคนแชร์ต่อ

  • และ “มีชีวิต” ต่อไปอีกหลายปี

ลองถามตัวเองว่า…
คอนเทนต์ของคุณมีความเป็นมนุษย์ มีจุดกระแทกใจ และมีพื้นที่ให้คนมีส่วนร่วมไหม?

SitPlay Media พร้อมช่วยวางกลยุทธ์แบบ Squid Game ให้กับแบรนด์ของคุณ ตั้งแต่ Storytelling, Branding, ไปจนถึงการผลิตไวรัลคอนเทนต์ทุกแพลตฟอร์ม

ติดต่อเราได้ตามช่องทางด้านล่างนี้

SitPlay Media คือพาร์ตเนอร์ด้านการตลาดดิจิทัลที่เข้าใจทั้งกลยุทธ์ การผลิตสื่อ และการสร้างแบรนด์ที่เข้าถึงใจคน
เราพร้อมช่วยคุณเล่าเรื่องราวให้โลกจำได้

📍 77 ซอยประชาอุทิศ 62 เขตทุ่งครุ กรุงเทพมหานคร 10140
📞 080‑556‑9453
📧 Contact@sitplaymedia.com

💬 Facebook Page : SitPlay Media
🌐 www.sitplaymedia.com

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *